วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขับรถ ลดอุบัติเหตุ


เทคนิคการขับรถลดอุบัติเหตุ         
              
            หลายคนที่ขับรถอาจคุ้นเคยกับวิธีการขับในแบบฉบับของตนเอง ส่วนใหญ่ผ่านการฝึกหัดขับจากพ่อแม่หรือพี่ป้าน้าอา และอีกหลายท่านที่ผ่านจากโรงเรียนสอนขับรถที่เปิดสอนกันทั่วไป ความถูกต้องจึงมีไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และหลายกรณีที่ทำตามๆกันมาเป็นเรื่องที่ผิดและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง วิธีการขับรถที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลต้องเป็นอย่างไร ถนนสายสวัสดิภาพ มีคำตอบที่น่าสนใจจาก  ผู้มีประสบการณ์ตรงทั้งในการสอนและเป็นนักขับรถในสนามแข่งขันหลายๆท่าน โดยสรุปรวบยอดมาเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านนำไปปรับพฤติกรรมการขับรถของท่านให้ถูกต้องปลอดภัยมากขึ้น เรามาเริ่มต้นที่
                        กฎความปลอดภัย
 ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์
คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับและผู้โดยสารทุกครั้ง เข็มขัดนิรภัยจะช่วยรั้งตัวไม่ให้กระแทกกับพวงมาลัย คอนโซล กระจกหน้ารถ พนักพิงหรือกระเด็นออกไปนอกรถ และทำให้ได้รับบาดเจ็บถึงพิการหรือเสียชีวิตได้ 
รับเบาะที่นั่งให้เข้ากับรูปร่างของตนเอง เพื่อให้มีทัศนวิสัยในการมองที่ดี และให้ความรู้สึกสบายในขณะขับรถ การปรับพนักพิงไกลเกินไป จะทำให้ใช้ไหล่ในการขับรถมากเกินควร เมื่อขับไปนานๆจะทำให้ปวดเมื่อยมาก ควรใช้แขนทั้งสองข้างบังคับพวงมาลัย เพื่อให้น้ำหนักกระจายลงที่แขนทั้งหมด วิธีนี้จะทำให้ผู้ขับรู้สึกสบายขึ้นและไม่ปวดเมื่อยเมื่อต้องใช้เวลาในการขับรถนานๆ
ปรับมุมกระจกส่องหลังทั้ง 3 บาน ทั้งในรถ ด้านซ้าย ด้านขวาให้เหมาะสม เพราะรถทุกคันจะมีจุดบอดอยู่ด้านหลังรถ พยายามปรับกระจกมองข้างให้มองเห็นกึ่งกลางประตูหน้าและหลัง
                         



            ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์
รถเกียร์ธรรมดาให้เยียบคลัตช์ รถเกียร์อัตโนมัติให้เหยียบเบรก
อย่ายืนสตาร์ทเครื่องยนต์รถ เพราะโอกาสพลาดที่รถจะเคลื่อนตัวหรือพุ่งออกไปโดยที่ท่านไม่สามารถควบคุมรถได้มีสูงมาก
กรณีขับรถถอยหลัง ให้ขับช้าๆเท่าที่จะทำได้ เพราะเป็นการขับที่ต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญสูง
เหยียบเบรกทดสอบในระยะ 10 เมตรแรกที่เคลื่อนรถออกทุกครั้ง เป็นการประกันการทำงานของเบรกก่อนขับรถอย่างปลอดภัย
ดึงเบรกมือทุกครั้งที่จอดรถ แม้กระทั่งรอสัญญาณไฟ เพื่อป้องกันการเลื่อนไหล

 ท่านั่งขับรถส่งผลต่อขีดความสามารถในการควบคุมรถ

การปรับระยะห่างเบาะรองนั่ง สำหรับรถเกียร์ธรรมดาให้เท้าเหยียบแป้นคลัตช์จนสุดค้างไว้โดยไม่เขย่ง แล้วเลื่อนเบาะเข้ามาให้เข่างอเล็กน้อย ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติ ให้เยียบคันเร่งจนสุดโดยไม่เขย่งแล้วเลื่อนเบาะเข้ามาเหมือนกับรถเกียร์ธรรมดา
 ต้องนั่งหลังพิงพนักเบาะให้มั่นคง เวลาโดนชนจะลดแรงที่กระทำต่อกล้ามเนื้อหลัง
ปรับระดับคอพวงมาลัยให้เห็นมาตรวัดและไฟเตือนบนหน้าปัดและวงพวงมาลัยต้องสูงพ้นหน้าตักหรือหน้าขาของผู้ขับรถ
มือจับพวงมาลัยส่วนบนสุดและงอแขนเล็กน้อย จะช่วยให้มีระยะหมุนพวงมาลัยได้ดีกว่าการเหยียดแขนตรง
เวลาขับรถอย่านั่งหุบเข่า ให้เข่าซ้ายยันกับคอนโซลกลางรถ เพื่อให้เกิดความมั่นคงเวลาขับรถ
 การหมุนพวงมาลัย ต้องให้น้ำหนักเท่ากันทั้งมือขวาและซ้าย จะทำให้หมุนพวงมาลัยไม่กระตุก
ในการเหยียบเบรกหรือคลัตช์ให้ส้นเท้าลอยจากพื้นรถ ถ้าส้นเท้าแตะพื้นรถ แรงจะลงที่พื้นรถมากกว่าไปที่คันเบรก เป็นสาเหตุให้เบรกรถไม่หยุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
            การวางแผนขับรถ สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้
ให้ท่านมองรถที่อยู่ข้างหน้าไปอีก 5 คัน ในการขับรถตามกันบนถนน โดยเฉพาะเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง ถ้าคันหน้าแตะเบรก ท่านที่ขับอยู่ด้านหลังจะมีเวลาประมาณ 5 วินาทีในการตอบสนองได้ทัน
ขณะขับรถเข้าโค้ง ตาต้องมองไปที่ทางโค้ง เพื่อประเมินความโค้งและมือจะมีความสัมพันธ์กับตาทำให้ควบคุมรถเข้าโค้งได้ดีขึ้น
การขับรถเข้าโค้งให้ชะลอความเร็วหรือแตะเบรกก่อนเข้าโค้ง แล้วถอนเบรกพร้อมกับเร่งคันเร่งเมื่อถึงกลางโค้ง และคืนพวงมาลัยเมื่อสุดโค้ง
การเปลี่ยนเกียร์ กรณีเกียร์ธรรมดา เปลี่ยนที่ความเร็วรอบระหว่าง 3,000-4,000 รอบต่อนาที แต่เมื่อจะแซงให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำก่อน ส่วนเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้ Kick Down โดยเหยียบคันเร่งให้มิด ในขณะที่ต้องการแซง
                        เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
การหยุดรถ ควรหยุดห่างจากท้ายรถคันข้างหน้าในระยะที่สามารถมองเห็นล้อรถคันข้างหน้าได้ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนช่องทางจะมีช่องว่างให้สามารถเบี่ยงออกได้โดยสะดวก
การเปลี่ยนช่องทาง การเลี้ยวหรือแซง ควรให้สัญญาณไฟกะพริบอย่างน้อย 3 ครั้ง ก่อนหมุนพวงมาลัย เพื่อให้รถคันอื่นรับรู้และเปิดทางให้และควรชำเลืองหรือหันหน้าเร็วๆไปมองกระจกด้านข้างทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเพื่อดูว่าบริเวณจุดบอดของรถมีรถจักรยานยนต์ที่อาจแซงขึ้นมาหรือไม่
การเว้นระยะห่างในขณะขับรถทางไกลหรือรถวิ่งเร็ว ควรเว้นระยะห่างประมาณ 2-4 วินาที โดยสังเกตระยะทางประมาณหนึ่งช่วงเสาไฟฟ้า แต่ถ้าฝนตกหนักหรือถนนเปียกลื่นให้เพิ่มระยะห่างอีกเท่าหนึ่ง การขับใกล้คันหน้าเกินไปเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วรถข้างหน้าเบรกกะทันหัน ท่านอาจหยุดหรือแก้ไขสถานการณ์ได้ไม่ทัน
การจอดรถ ควรถอยเข้าที่จอดรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกันขณะขับออกจากที่จอดและง่ายต่อการบังคับรถ
                            


30 ความคิดเห็น:

  1. เป็นเรื่องใกล้ตัว ^^

    ตอบลบ
  2. เนื้อหา ดีจัง

    ได้ความรู้ อีกด้วย

    ขอบคุณ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ11 ธันวาคม 2554 เวลา 06:49

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ อาจเป็นทางหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุเลยทีเดียว

    ตอบลบ
  4. เป็นเรื่องที่ให้ความรู้ได้ดีมากเลยค้ะ !

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณที่แชร์ความรู้นะครับ

    ตอบลบ
  6. ใช่ครับ ได้สาระเยอะเลย

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ11 ธันวาคม 2554 เวลา 06:56

    เรื่องน่ารู้ที่ใกล้ตัวมากๆเลยครับ

    ตอบลบ
  8. เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ ไม่ควรที่จะประมาทเลยค้ะ

    ตอบลบ
  9. ความจริงแล้วเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวเลย ขอบคุณมากครับ ชอบๆ

    ตอบลบ
  10. น่าสนใจมากจริงๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  11. เป็นบทความที่ดีมากเลยครับ ใช้ได้จริงในชีวิตปัจจุบัน

    ตอบลบ
  12. เป็นเรื่องที่ดีมากครับ

    ตอบลบ
  13. เยี่ยมมได้ความรู้เยอะเลยย ^0^

    ตอบลบ
  14. เนื้อหาดีจริงๆ น่าสนใจมากๆ

    ตอบลบ
  15. เยี่ยมๆเหมาะสำหรับช่วงเทศกาล ใกล้ที่จะมาถึงจริงๆๆ

    ตอบลบ
  16. เป็นเรื่องที่ดีมากๆ

    ตอบลบ
  17. เรื่องใกล้ตัวดีค่ะ บล็อกสวย

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ23 ธันวาคม 2554 เวลา 06:02

    ได้ความรู้ดีๆมากๆเลยครับ

    ตอบลบ
  19. เนื้อหาดีมากๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  20. เราต้องเรียนรู้ในการขับขี่ให้มากๆ

    ตอบลบ
  21. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ :)

    ตอบลบ
  22. น่าสนใจดีค่ะ

    ตอบลบ
  23. ก็ดีนะ ล้อเล่นค่ะ เป็นบทความเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากค่ะ

    ตอบลบ
  24. เนื้อหาดีมาก เป็นประโยชน์ได้เยอะ

    ตอบลบ
  25. เนื้อหาดีมาก คนทำก้อน่ารักน้ะฮ้าๆ :) อร๊ายยย ฮ่าๆ

    ตอบลบ
  26. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ:)

    ตอบลบ
  27. เนื้อหาดีมาก ขอบคุณนะที่หาความรู้ดีๆมาแบ่งปันกัน

    ตอบลบ
  28. เป็นความรู้ที่ดีมากครับ

    ตอบลบ